กระทู้แนะนำ โมเดลกระดาษรูปคุณหมอตุล
                มองโลกสดใสหลังทำ Lasik
               การ์ตูนความรู้เรื่องต้อหิน
               Anniversary Drtulaya.com "ความประทับใจ...คุณหมอตุลยา"
               Chic by Sunglasses
 
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: ตรวจก่อนผ่าตัดตาอย่างไรให้ได้ผลดี  (Read 5992 times)
jurairat
Sr. Member
****
Posts: 373



« on: September 07, 2011, 04:50:18 pm »

ตรวจก่อนผ่าตัดตาอย่างไรให้ได้ผลดี


                 การผ่าตัดต้อกระจกสมัยนี้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ได้รับผลการผ่าตัดที่ดี ซึ่งผลการผ่าตัดจะออกมาดีหรือไม่นั้นส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับทักษะความชำนาญของจักษุแพทย์  นอกจากนั้นยังรวมถึงการวางแผนที่ดีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ,การเตรียมความพร้อมผู้ป่วยตั้งแต่ก่อนทำผ่าตัด ,การตรวจประเมินโรคประจำตัวผู้ป่วย และการตรวจประเมินสุขภาพตาก่อนผ่าตัด ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำก่อนการผ่าตัดลอกต้อกระจกใส่เลนส์แก้วตาเทียมในผู้ป่วยทุกรายและถือเป็นกุญแจสำคัญอีกขั้นที่จะทำให้การผ่าตัดประสบผลสำเร็จได้ด้วยดี

                การตรวจประเมินก่อนการผ่าตัดที่ครอบคลุมแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือการตรวจประเมินโรคประจำตัวผู้ป่วย และการตรวจประเมินสุขภาพตา

?   การตรวจประเมินโรคประจำตัวผู้ป่วย
     1.การตรวจประเมินภาวะสุขภาพทั่วไป  การตรวจวัดความดันโลหิต การตรวจเอ็กซเรย์ปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
     2.การตรวจประเมินโรคทางหู คอ จมูก
     3.การตรวจประเมินช่องปาก
     4.การเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแบบตรวจคัดกรอง(ในผู้ป่วยที่ไม่มีประวัติโรคเบาหวาน)
     5.การเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดภายหลังมื้ออาหารกลางวัน
(ในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี)
     6.การเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ,ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดภายหลังมื้ออาหารกลางวัน และตรวจระดับ
น้ำตาลสะสมในช่วงเวลาเป็นเดือนที่ผ่านมา(ในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี)
     7.ตรวจหาการติดเชื้อโรคเอดส์ (HIV)
     8.ตรวจหาการติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบบี(Hepatitis B)
     9.ตรวจหาการติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบซี(Hepatitis C)
    10.ตรวจปัสสาวะ

                การตรวจประเมินโรคทั่วไปก่อนการทำผ่าตัดเพื่อใช้ในการวางแผนป้องกันมิให้เกิดอาการแทรกซ้อนหลังทำผ่าตัดเช่น เลือดออกในช่องหน้าม่านตา(Hyphema)  การติดเชื้อภายหลังผ่าตัด แผลผ่าตัดสมานตัวช้า หรือแผลผ่าตัดไม่สมานตัว นอกจากนี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากโรคเอดส์ ,โรคไวรัสตับอักเสบ บี และโรคไวรัสตับอักเสบ ซี เป็นต้น

?   การตรวจประเมินสุขภาพตา
     1.การตรวจผ่านกล้อง Slit lamp เพื่อดูความผิดปกติในช่องด้านหน้าลูกตา ,การตรวจดูมุมระบายน้ำของลูกตาโดยใช้ gonioscope ร่วมด้วย ,การตรวจดูลูกตาส่วนหลังโดยใช้เลนส์ 78D หรือเลนส์ 90D ร่วมด้วย
     2.การใช้ Specula microscope นับจำนวนเซลล์ Endothelial เพื่อประเมินภาวะกระจกตาเสื่อม
     3.การวัดค่าความโค้งกระจกตา Keratometry
     4.การวัดค่าเลนส์แก้วตาเทียมด้วยเครื่อง A scan
     5.การตรวจด้วยเครื่อง Indirect ophthalmoscope เพื่อตรวจหาความผิดปกติของจอประสาทตา
     6.การตรวจด้วยเครื่อง B scan หาความผิดปกติของจอประสาทตาเมื่อมีสิ่งบดบังที่ทำให้แพทย์ไม่สามารถตรวจดู
ความผิดปกติในลูกตาส่วนหลังได้ชัดเจน
     7.การถ่ายภาพตัดขวางจอประสาทตา (OCT) ในลูกตาส่วนหลังระดับชั้นเนื้อเยื่อของจอประสาทตา และการถ่ายภาพดูมุมระบายน้ำในช่องด้านหน้าลูกตา
     8.Ultrasonic biomicroscopy เพื่อตรวจดูโครงสร้างส่วนประกอบภายในน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา
     9.การตรวจการทำงานของจอประสาทตา (Retinal function tests) เพื่อประเมินระดับการมองเห็นที่คาดว่าผู้ป่วยจะได้รับภายหลังทำผ่าตัดต้อกระจก
    10.CT scaning และ MRI  คือการตรวจแสกนโครงสร้างส่วนประกอบต่างๆภายในลูกตาและโครงสร้างในบริเวณที่
แพทย์นิยมใช้ยาระงับความรู้สึก (Retrobulba spaced)  ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์ และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
    11.การตรวจล้างท่อน้ำตาก่อนผ่าตัดเพื่อตรวจการอุดตันของท่อน้ำตา เป็นการป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัดที่อาจเกิดมาจากท่อน้ำตาอักเสบและท่อน้ำตาอุดตันได้


Share  


« Last Edit: September 07, 2011, 05:01:56 pm by jurairat »
Logged
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« Reply #1 on: September 07, 2011, 08:16:20 pm »

Thanks for sharing nakhaaaa; )
  

Logged

care 4 ur eyes
PIM
Administrator
Hero Member
*****
Posts: 2206



« Reply #2 on: June 13, 2012, 11:20:33 am »

เป็นการเตรียมตัวที่ดีก่อนทำเลสิคนะค่ะ 
  

Logged

All About Lasik
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to: