กระทู้แนะนำ โมเดลกระดาษรูปคุณหมอตุล
                มองโลกสดใสหลังทำ Lasik
               การ์ตูนความรู้เรื่องต้อหิน
               Anniversary Drtulaya.com "ความประทับใจ...คุณหมอตุลยา"
               Chic by Sunglasses
 
Pages: [1]
  Print  
Author Topic: SBK คืออะไร  (Read 21664 times)
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« on: June 19, 2010, 08:39:18 am »

SBK เป็นtrendใหม่ในการรักษาสายตาในปัจจุบัน
SBKย่อมาจาก Sub-Bowman?s keratomileusis
เป็นเทคนิคที่รวบรวมข้อดีและประโยชน์ของเลสิกกับPRKเข้าด้วยกัน


โดยการที่เครื่องSBKนี้จะสามารถสร้างcorneal flapที่บางกว่า การทำเลสิกทั่วไป
ให้ตกอยู่อยู่ในชี้นที่เรียกว่า Bowman?s membrane
ซึ่งมีความหนาประมาณ 60 ?m to 70 ?m
และมีdeviationได้ราว 5-10 ไมครอนเท่านั้น


พบว่าจากการใช้SBK
หลังทำคนไข้มีภาวะตาแห้งลดลง
ไม่ค่อยมีภาวะcorneal sensitivity,
และคนไข้พอใจในการรักษาเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

จะเห็นว่าSBKมีประโยชน์มากขึ้นในคนที่เตยได้รับการประเมืนว่า
อาจทำเลสิกไม่ได้เพราะเหลือกระจกตาไม่พอด้วยนะคะ
ลองคิดดู SBKอาจเป็นchoiceที่ดีมากนะคะ


Share  


Logged

care 4 ur eyes
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« Reply #1 on: June 19, 2010, 08:53:35 am »

การที่ตัดflapในชั้นSub Bowmanได้บางลงเมือเทียบกับเลสิกตามปรกติ
เชื่อว่าช่วยลดอาการเจ็บและลดcorneal hazeของPRK
และลดความไม่แข็งแรงของกระจกตาหลังการทำเลสิกได้
จึงเป็นการรวมข้อดีของLASIKกับPRKเข้าด้วยกันค่ะ


ด้วยความที่ตัดcorneal flapได้บาง
SBKจะทำลายcorneal nerveน้อยทำให้ตาไม่ค่อยแห้ง
และทำให้กระจกตามีรูปร่างลักษณะที่ยังคงความแข็งแรงได้ดี
SBKจึงเป็นtrendใหม่ที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่งค่ะ


การตัดที่จะได้ชั้นSub Bowmanในปัจจุบัน
มีเครื่องมืออยู่ 2 ชนิดคือ
SBK microkeratome
กับFemtosecond Laserตัด
เรามาดูกันว่าแต่ละอย่างนั้นเป็นอย่างไรนะคะ
  

Logged

care 4 ur eyes
chantana_wan
Full Member
***
Posts: 114



« Reply #2 on: June 22, 2010, 07:41:52 pm »

รออ่านต่อนะค่ะคุณหมอ...มีคำถามค่ะ
ถ้าสมมุตินะค่ะ ว่าคนที่ทำ lasik แบบเดิมมาก่อนแล้วมีปัญหาเรื่องสายตากลับมา จำเป็นต้องเติม laser เพิ่ม จะใช้วิธี SBK นี่ได้ไหมค่ะ...
  

Logged
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« Reply #3 on: June 22, 2010, 09:18:44 pm »

ไม่ต้องคะเป็นเลสิกเดิมได้นะคะ เพราะเราจะใช้ชั้นกระจกตาเดิมที่แยกในตอนแรกได้เลยค่ะ
  

Logged

care 4 ur eyes
chantana_wan
Full Member
***
Posts: 114



« Reply #4 on: June 24, 2010, 07:55:32 pm »

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้อีกแล้วค่ะ
  

Logged
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« Reply #5 on: August 06, 2010, 08:23:41 am »

นี่คือภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการทำSBK เรียกว่า One Use - Plus  SBK ซึ่งตัดflapได้ 100 ไมครอนทำให้ช่วยถนอมคุณภาพของbiomechanicของกระจกตาทำให้รักษาความแข็งแรงของกระจกตาไว้ได้เป็นอย่างดี ลักษณะของflap ก็มีความเรียบขอบสวยเป็นplanar flap และให้ลักษณะstromal bed ที่smooth


* SBK.jpg (29.67 KB, 368x223 - viewed 9468 times.)
  

Logged

care 4 ur eyes
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« Reply #6 on: August 11, 2010, 02:14:25 pm »

การที่ตัดflapได้บางก็ จะทำให้สามารถมีเนื้อที่ในการยิงlaserได้เพิ่มขึ้น ลักษณะของflapก็สวยงามขอบคมเชียวค่ะ
  

Logged

care 4 ur eyes
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« Reply #7 on: October 09, 2010, 10:09:20 pm »

 
  

Logged

care 4 ur eyes
PIM
Administrator
Hero Member
*****
Posts: 2206



« Reply #8 on: March 24, 2011, 02:45:00 pm »

เข้ามาศึกษาเกี่ยวกับ SBK กันได้เลยนะคะ
  

Logged

All About Lasik
PIM
Administrator
Hero Member
*****
Posts: 2206



« Reply #9 on: April 25, 2011, 03:50:02 pm »

 
  

Logged

All About Lasik
JanE
Hero Member
*****
Posts: 1127


« Reply #10 on: May 06, 2011, 03:32:51 pm »

คนที่สายตาสั้นเยอะ ก็มีโอกาสที่จะสามารถแก้ไขค่าสายตาได้มากยิ่งขึ้นนะคะ 
  

Logged
PIM
Administrator
Hero Member
*****
Posts: 2206



« Reply #11 on: July 16, 2011, 09:12:43 am »

เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาสายตาสั้นได้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะคะ
  

Logged

All About Lasik
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« Reply #12 on: August 24, 2011, 11:11:58 pm »


การแยกชั้นกระจกตาแบบบาง (Thin-flap LASIK)  ในคนที่มีกระจกตาบาง เมื่อเทียบกับวิธีการทำทั่วไป

จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเลสิก ได้กล่าวว่า  การใช้เทคนิค แยกชั้นกระจกตาแบบบางในคนที่มีกระจกตาบางน้อยกว่า 500 ไมครอน จะได้ผลการรักษาไม่แตกต่างกับคนที่มีกระจกตาหนา ทั้งในเรื่องความปลอดภัย ผลการรักษา การมองเห็น และความสบายตา

                Jan Venter, MD  ได้กล่าวในการประชุมจักษุแพทย์  ?The American Academy of Ophthalmology and middle East Africa Council of Ophthalmology?  ในเมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า จากการศึกษาและวิจัยในการทำเลสิกไม่ว่าจะมีกระจกตาหนาน้อยกว่า หรือมากกว่า 500 ไมครอน ก็ไม่มีความแตกต่าง ทั้งทางด้านความปลอดภัย หรือในเรื่องความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนก็ตาม 

และยังได้กล่าวต่อว่า การทำในรูปแบบ LASIK จะให้ผลการรักษา และความปลอดภัย เทียบเท่ากับการทำในรูปแบบ PRK  แต่คนส่วนใหญ่นิยมที่จะทำในรูปแบบ LASIK เนื่องจากมีระยะการฟื้นตัวที่เร็วกว่า ไม่มีในเรื่องของอาการเจ็บปวดหลังทำ และระยะเวลาในการใช้ยาในการรักษา  ส่วน PRK นั้นจะได้ในเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามคนไข้ที่มีกระจกตาบางจะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางการจกตาได้ เช่น กระจกตาย้วย หรือ กระจกตาผิดรูป ได้มากกว่าคนที่มีกระจกตาที่หนา

Dr. Venter ได้ให้รายละเอียด 2 แนวทางในการเกิดโรคทางกระจกตา หลังจากการเลสิก ดังนี้

1.       คนไข้ที่มีความผิดปกติ ในรูปแบบกระจกตาย้วยอยู่ก่อนแล้ว มักมีกระจกตาบางร่วมด้วย

2.       คนไข้ที่มีกระจกตาบางก่อนทำอยู่แล้ว  หลังทำเลสิกจะทำให้ความแข็งแรงของกระจกตาลดลง อาจไม่เพียงพอต่อการเกิดโรคทางกระจกตาได้

เพราะฉะนั้น การทำเลสิกโดยใช้เทคนิคการแยกชั้นกระจกตาแบบบางจึงมีความเหมาะสมกับคนที่มีกระจกตาบางเป็นอย่างมาก

ค่าสายตา เอียง ที่ไม่แตกต่างก่อนทำเลสิก

                จากการศึกษา จาก  81,715 ตา  ที่ทำเลสิก ระหว่าง เดือนสิงหาคม  2551 จนถึงเดือนมีนาคม 2552 ได้แบ่งเป็น 2,181 ตา มีกระจกตาน้อยกว่า 500 ไมครอน  และ 79,534 ตา มีกระจกตาหนามากกว่า 500 ไมครอน

                Femtosecond  laser เป็นเลเซอร์แยกชั้นกระจกตาที่สามารถ แยกชั้นกระจกตาได้บาง 100 ไมครอน หรืออาจน้อยกว่า แต่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแยกชั้นกระจกตา หรือเลเซอร์ก็ตาม  ก็ยังใช้กับคนที่มีกระจกตามากกว่า 500 ไมครอน

                และยังได้ค้นพบว่า ในเรื่อง ความปลอดภัย และอัตราความเสี่ยง ระหว่างกระจกตาหนาที่แตกต่างกัน และค่าสายตาที่แตกต่างกันก่อนทำ ไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด จะมีความแตกต่างในคนที่มีค่าสายตาสั้นมาก ซึ่งอาจมีผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้

กระจกตาที่หนา หรือบาง ไม่มีความแตกต่าง

                หลังจากการทำเลสิก ไม่ว่าจะเป็น การมองเห็น ความปลอดภัย และภาวะแทรกซ้อน ของกระจกตาทั้ง 2 กลุ่ม หลังจากการทำเลสิกที่ 3 เดือนไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่าใด

                หลังจากการทำเลสิกที่ 3 เดือน  มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่การประเมินการมองเห็น หายไป 2 แถว เมื่อเทียบกับคนที่สายตาปกติ แต่ไม่พบการมองเห็นที่แย่ลงกว่านั้น

                จากการศึกษานี้ ได้แสดงผลการมองเห็นหลังจากทำเลสิก ที่การมองเห็นเท่ากับคนสายตาปกติ  (20/20) หรือดีกว่านั้น โดย คนที่มีกระจกตาบางคิดเป็น 93 เปอร์เซ็นต์ และ คนที่มีกระจกตาหนา คิดเป็น 92 เปอร์เซ็นต์  ส่วนอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน คนที่มีกระจกตาบางคิดเป็น 1.19 เปอร์เซ็นต์ และ คนที่มีกระจกตาหนา คิดเป็น 1.08 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้นการทำเลสิก ในรูปแบบ การแยกชั้นกระจกตาแบบบาง หรือ Thin-flap LASIK ในคนที่มีกระจกตาบางจะขึ้นกับคนไข้ และจักษุแพทย์ ซึ่งจะให้ประโยชน์ทั้ง 2 แบบ ไม่ว่าจะเป็น LASIK หรือ PRK ก็ตาม แต่สำหรับเลสิกแล้วจะได้ทั้ง การฟื้นตัวที่รวดเร็ว ความสบายตา และสำคัญที่สุด PRK จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของโครงสร้าง และระดับชีวโมเลกุลอีกด้วย

 
  

Logged

care 4 ur eyes
drtulaya
Hero Member
*****
Posts: 3248



« Reply #13 on: September 03, 2011, 07:58:15 am »

 i32
  

Logged

care 4 ur eyes
Pages: [1]
  Print  
 
Jump to: