กระทู้แนะนำ โมเดลกระดาษรูปคุณหมอตุล
                มองโลกสดใสหลังทำ Lasik
               การ์ตูนความรู้เรื่องต้อหิน
               Anniversary Drtulaya.com "ความประทับใจ...คุณหมอตุลยา"
               Chic by Sunglasses
 
Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 10
 21 
 on: January 11, 2016, 06:32:00 pm 
Started by PIM - Last post by PIM
ความรู้เรื่องดวงตา  

 22 
 on: January 11, 2016, 06:22:23 pm 
Started by PIM - Last post by PIM
ความรู้เรื่องดวงตา  i46

 23 
 on: December 01, 2015, 12:41:02 am 
Started by kae - Last post by kae
ปีที่ 5 กับการทำเลสิคคร่าาา เมื่อวานไปเช็คตามาคร่าา 5 ปีแล้วเนอะ ผ่านฉลุย ปกติเหมือนเดิมคร่าา ทางท๊อปจะโทรมาคะเมื่อถึงเวลานัด ทุกปี ใครเปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนที่อยู่ ก็พยายามอัพเดทให้ทางท๊อปทราบด้วยน่าา ( ชอบตรงนี้คะที่มี จนท โทรมานัด เหมือนมีเลขาส่วนตัว 55 ไม่ต้องมานั่งจำเองให้วุ่นวาย) เข้าไปก็มีวัดความดันของเราเองกับความดันตา ตรวจตา มีการถ่ายภาพจอประสาทตา แล้วให้คุณหมอเช็คตาด้วยกล้องส่องอีกรอบ อ้อ ก่อนเช็คก็เมหือนเดินคะหยอดยาขยายม่านตาก่อน แป๊ปเดี๋ยวเสร็จไม่ได้ใช้เวลาอะไรนานเลยในกระบวนการเช็คสถาพตา ค่าตรวจเช็คก็ไม่แพงคะ ควรมาเช็คเป็นประจำทุกปีนะคะ  แต่อย่าลืมนะคะหลังจากเช็คสภาพตาตาจะกลับมาปกติประมาณ 4-6 ชม ไม่ควรขับรถมาเองคะ ตลอด 5 ปีที่ทำเลสิค การดูแลรักษาตาก็ไม่มีอะไรมากคะ เจอแดดเจอลมก็ใส่แว่นกันแดด ตาแห้งก็หยอดน้ำตาเทียม (ซึ่งไม่ได้แห้งบ่อยขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันด้วยคะ พอดีเก๋เองอยู่กับคอมบ่อยก็หยอดซะให้สบายตาเท่านั้นเอง) ใช้ชีวิตได้ปกติมากๆคะ แบบนี้เลิฟเลย 

สำหรับคนที่คิดจะทำแล้วกลัว ไม่ต้องกลัวคะเดินเข้าไปปรึกษาหมอได้เลยคะ ตอนทำไม่เจ็บไม่ทรมานอะไรเลย ชิวๆ ตอนนี้เทคโนโลยีทันสมัยช่วยเราได้เยอะคะ แล้วทำกับคุณหมอตุลยา ซึ่งมีทีมงานที่ค่อยตอบปัญหา คอยช่วยเหลือเราตลอด เรียกว่าทั้งตัวคุณหมอ กับทีมงานเข้าถึงง่ายคะ เก๋จะพยายามมาอัพเดทเรื่อยๆนะคะ เป็นข้อมูลสำหรับคนที่สนใจจะทำ เพราะเมื่อก่อน ก็หาข้อมูลจากทางเน็ตเหมือนกันคะ แต่ยังไม่มีใครอัพเดทตลอด บางทีเราก็อยากทราบความเป็นไปเนอะ

 24 
 on: September 16, 2015, 12:18:21 pm 
Started by PIM - Last post by PIM
ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้ชีวิตของเราในปัจจุบันส่วนใหญ่ จะอยู่บนหน้าจอต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ และ โทรศัพท์ Smartphone แต่เราก็ควรรู้ว่าสิ่งเหล่านี้นอกจะก่อให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันแล้ว ยังอาจมีโทษทางอ้อมได้เช่นกันค่ะ

โทรทัศน์ไม่ค่อยอยากจะลุกไปไหนพฤติกรรมของคนติดจอจะนั่งอยู่ในท่าเดิมๆ ก้มศีรษะเป็นเวลานานๆ ใช้สายตามากในแต่ละวัน พฤติกรรมของคนที่ติดจอเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอย่างมาก ทำให้คนในปัจจุบันมักเป็นโรคยอดฮิต ไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับตาทั้งหลาย เด็กสายตาสั้นเร็วกว่าปกติ โรคตาแห้ง ตาอักเสบ ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดเกร็งกล้ามเนื้อคอ ปวดรอบสะบัก ปวดแขน ปวดข้อมือ  คนที่ติดจอไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ จอโทรทัศน์ จอสมาร์ทโฟน ไอแพด แท็บเล็ต ทั้งหลาย จะส่งผลต่ออะไรบ้าง ทำให้เกิดเป็นโรคหรืออาการต่างๆ ได้ง่าย

โรคเกี่ยวกับตา ปวดตา ปวดกระบอกตา สายตาสั้น การจ้องหน้าจอเป็นเวลาต่อเนื่องกันนานๆ จะมีผลต่อสายตาของเราเป็นอย่างมาก เพราะแสงสีของภาพที่ฉูดฉาด การเคลื่อนที่เร็ว ส่งผลให้จอประสาทตาล้า กล้ามเนื้อรอบตาต้องเกร็งตัว ตาแห้งเนื่องจากต้องจ้องมองภาพจอสีต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่จะรู้สึกได้ทันทีหลังจากการเล่นเท่านั้น แต่การมีพฤติกรรรมแบบนี้ตลอดเวลาจะส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อมเร็ว ซึ่งโรคนี้ไม่สามารถรักษาได้ เมื่อเสื่อมก็จะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นจากการล้าของกล้ามเนื้อตาจะทำให้มีการจำกัดการไหลเวียนของเลือด และระบบประสาท หนังตาตก ขอบตาบวมคล้ำ ฯลฯ

อาการหรือโรคปวดศีรษะ ปวดคอ-บ่า-ไหล่ เรามองเห็นได้ชัดเจนว่าในขณะที่เราเมามัน เล่นเกมต่างๆ หรือจ้องมองที่หน้าจอนานๆ นั้น เกิดจาการก้มหน้าและร่างกายของเราก็จะค่อยๆ ค้อมตัวลงๆ ไปการอยู่ในท่าเหล่านี้นานๆ ผลเสีย โดยตรงกับเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเพราะถ้าเลือดไหลเวียนผ่านกล้ามเนื้อบ่า กล้ามเนื้อต้นคอ ที่เกิดการเกร็งจากท่าทางที่ผิดปกติเช่นนี้ จะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เมื่อเป็นเรื้อรังอาจทำให้เป็นต้นเหตุของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ด้วย และจากท่าทางเหล่านี้ก็ยังส่งผลให้กระดูกหรือหมอนรองกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควรโรคเหล่านี้เริ่มพบในวัยรุ่นมากขึ้น ทั้งนี้ก็เหตุจากการติดจอนั่นเองโรคระบบทางเดินหายใจ

อาการเหล่านี้เป็นเพียงเบื้องต้นของโรคทางอ้อมที่เกิดจากการติดหน้าจอมากจนเกินไป ยังมีอีกหลายๆโรคที่สามารถเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานานๆในแต่ละวัน เมื่อรู้ถึงข้อเสียที่อาจส่งผลต่อร่างกายแล้ว เราควรหันมาดูแลและใช้ชีวิตควบคู่ไปกับเทคโนโลยีให้ถูกวิธีกันนะค่ะ
 
ขอขอบคุณ ...ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
ขอขอบคุณ ... ภาพจาก Infographic Thailand

 25 
 on: September 03, 2015, 11:21:45 am 
Started by PIM - Last post by PIM
เรตินา หรือ จอตา หรือ จอประสาทตา( retina )  เป็นเนื้อเยื่อมีลักษณะเป็นชั้น ๆ ที่ไวแสง อยู่บนผิวด้านในของดวงตา การมองเห็นภาพต่าง ๆ นั้นเกิดขึ้นได้โดยอาศัยเซลล์ที่อยู่บนเรตินา เป็นตัวรับและแปลสัญญาณแสงให้กลายเป็นสัญญาณประสาทหรือกระแสประสาท ส่งขึ้นไปแปลผลยังสมองส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้เราสามารถมองเห็นภาพต่างๆได้
คือ กลไกรับแสงของตาฉายภาพของโลกภายนอกลงบนเรตินา (ผ่านกระจกตาและเลนส์) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับฟิลม์ในกล้องถ่ายรูป แสงที่ตกลงบนเรตินาก่อให้เกิดปรากฏการณ์ทางเคมีและไฟฟ้าที่เป็นไปตามลำดับ ซึ่งนำไปสู่การส่งสัญญาณประสาทโดยที่สุด ซึ่งดำเนินไปยังศูนย์ประมวลผลทางตาต่าง ๆ ในสมองผ่านเส้นประสาทตา

ดังนั้น คนไข้เลสิกหลายจะค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับการผ่าตัด เพื่อทำเลสิก ว่าอาจจะทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ ปัจจัยหลักที่จะทำให้สูญเสียการมองเห็นได้นั้น  คือ โรคทางจอประสาทตา หรือจุดรับภาพนั้นเองค่ะ การทำเลสิก เป็นเพียงการแก้ไขปรับความโค้งของกระจกตาตาให้ได้รูปเผื่อที่เวลาที่แสงตกระทบมายังกระจกตาแล้วส่งต่อไปที่จอประสาทตา จะอยู่ในจุดที่พอดีค่ะ การมองเห็นของคนไข้จะเป็นภาวะปกติค่ะ

ขอบคุณรูปภาพประกอบ จาก http://biology504.blogspot.com/

 26 
 on: August 28, 2015, 03:30:15 pm 
Started by PIM - Last post by PIM
การที่เราใช้สายตาจ้องกับอะไรเป็นเวลานานๆ จะทำให้เราไม่ค่อยกระพริบตา ส่งผลดวงตามีอาการตาแห้งและทำให้ กล้ามเนื้อตาทำงานหนักมายิ่งขึ้น
เราจะเริ่มมีอาการเคืองตาๆได้ ตาแห้ง และอาจทำให้มีอาการปวดบริเวณรอบดวงตาร่วมด้วยได้ค่ะ ดังนั้นเราจึงควรกระพริบตาบ่อย เพื่อช่วยให้ดวงตาได้ผ่อนคลายบ้างระหว่างการทำงาน

 27 
 on: August 24, 2015, 12:14:52 pm 
Started by PIM - Last post by PIM
การเกิดภาวะแสงกระจาย สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับคนที่ทำเลสิก และไม่ได้ทำเลสิกนะค่ะ>> โดยส่วนใหญ่จะเกิดกับคนที่มีรูม่านตาเปิดกว้างเวลากลางคืนค่ะ อาจเกิดสาเหตุตาแห้งได้บ้างเล็กน้อยเมื่อตาแห้งน้อยลงการเกิดแสงกระจายก็ลดตามลงไปด้วยค่ะ แสงกระจายมี 2 แบบโดยหลักนะค่ะ

1.แสงกระจายแบบ Glare คือลักษณะเป็นแสงฟรุ๊งคล้ายหมอกควันค่ะ
2.แสงกระจายแบบ halo คือลักษณเป็นเหมือนวงรอบดวงไฟ เป็นรัศมีรอบค่ะ

ซึ่งในปัจจุบันการทำเลสิก จะมีซอฟแวร์ที่ลดโอกาสการเกิดภาวะแสงกระจายได้ นั้นคือ WaveFront ซึ่งโปรแกรมดังกล่าว จะมีการเก็บรายละเอียดบนผิวกระจกตาได้เรียบเนียนมากขึ้่น (กระจกตาที่เรียนเนียนจะช่วยลดโอกาสการเกิดแสงกระจายได้)

 28 
 on: August 20, 2015, 11:43:00 am 
Started by PIM - Last post by PIM
           1. โรคจากไวรัส ทำให้เป็นหวัดคัดจมูกและเกิดอาการไข้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มทารก ต้องระวังการถูกฝนให้มาก เพราะอาจเจ็บป่วยไม่สบาย จนถึงขั้นหลอดลมฝอยอักเสบ รวมทั้งโรคไข้หวัดใหญ่

           2. คอติดเชื้อ สังเกตได้จากจะเริ่มมีอาการเจ็บคอเป็นหลัก จากนั้นจะมีไข้ ปวดเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวตามมา บางรายมีน้ำมูกร่วมด้วย เกิดจากการเผลอกลืนน้ำฝนปนเปื้อนลงคอไปจนทำให้คออักเสบ

           3. ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ เนื่องจากอาหารสดตามตลาดอาจได้รับเชื้ออีโคไลจากน้ำฝนที่ปนเปื้อน ซึ่งเชื้ออีโคไลนี้เป็นเชื้อที่ทำให้ลำไส้อักเสบติดเชื้อ จึงทำให้เกิดความผิดปกติในระบบย่อยอาหารตามมา

           4. ผิวหนังอักเสบ น้ำฝนที่ขังตามพื้นถนนนาน ๆ เข้าจะกลายเป็นน้ำเน่าเหม็น เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หากกระเซ็นมาโดนตัวเราก็มีโอกาสเสี่ยงต่อผิวหนังอักเสบได้ ยิ่งไปกว่านั้น น้ำสกปรกยังอาจทำให้แผลติดเชื้อ เกิดเชื้อรา คัน เกิดตุ่มหนองและฝีได้ ดังนั้น แนะนำให้ล้างมือล้างเท้าบ่อย ๆ หลังจากกลับเข้าบ้าน

           5. โรคฉี่หนู เป็นอีกโรคหนึ่งที่ระบาดในช่วงฤดูฝนนี้ แพร่ระบาดได้ในพื้นที่ที่มีน้ำขัง เช่น ทุ่งนา ส่วนในเมือง หากฝนตกทำให้น้ำขังบนถนนออกมาผสมกับท่อระบายน้ำก็มีโอกาสติดเชื้อโรคดังกล่าวได้ แม้ในรายที่รื้อบ้านแล้วมีมูลหนูปนออกมาจนเผลอไปเหยียบเข้าผ่านจากผิวหนังที่เป็นแผลก็จะทำให้ป่วยด้วยโรคนี้ได้ โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดตามตัวโดยเฉพาะน่อง และเบื่ออาหาร

           6. ไข้เลือดออก โรคร้ายที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งยุงลายจะเพาะพันธุ์ได้ดีในหน้าฝนที่มีฝนตกลงมาท่วมขัง หากใครมีไข้สูงมาก ไข้ไม่ยอมลด เบื่ออาหาร รู้สึกอ่อนเพลีย เซื่องซึม ขอให้รีบไปพบแพทย์โดยสันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นโรคไข้เลือดออกก็ได้

           ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก kapook.com

 29 
 on: August 20, 2015, 11:41:05 am 
Started by PIM - Last post by PIM
เป็น 6 โรคที่พบบ่อยในช่วงหน้าฝน แม้อันตรายไม่มาก แต่ถ้าป่วยขึ้นมาหล่ะก็ ชาวสมาชิกคงต้องหยุดงานกันหลายวันทีเดียว นำข้อมูลเบื้องต้นมาฝาก เพื่อให้ชาว Drtulaya Community ทุกท่านได้ดูแลตัวเองมากขึ้นในช่วงหน้าฝนที่กำลังมาเยือนกันะค่ะ#ด้วยรัก#care 4 ur eyes

 30 
 on: August 17, 2015, 03:39:49 pm 
Started by PIM - Last post by PIM
กิจกรรมดีปี 2015 "Bike For MOM" ปั่นเพื่อแม่ คุณหมอตุลยา กับ ครอบครัว ก็เข้าร่วมปั่นจักรยานเพื่อแม่ด้วยนะค่ะ นำภาพน่ารักๆ มาฝากค่ะ

Pages: 1 2 [3] 4 5 ... 10